ในเรื่องมังกรหยก(ก๊วยเจ๋งยอดวีรบุรุษ) ความวุ่นวายทั้งหลายที่เกิดขึ้นในยุทธภพ ล้วนเป็นผลมาจากวิชาเพียงวิชาเดียว นั่นคือวิชา

      “เก้าอิมจินเก็ง”

 


หนังสือก๊วยเจ๋งยอดวีรบุรุษ

 

      หลายสิบปีที่ผ่านมานี้ ชาวยุทธต่างเข่นฆ่าสังหารกัน เลือดทานองทั่วผืนแผ่นดิน เรื่องราววุ่นวายใหญ่โต สาเหตุก็มาจากวิชาเก้าอิมจินเก็งทั้งสิ้น แม้จะมีผู้ได้ครอบครองก็หาได้ครอบครองได้นาน ทำให้หาผู้ที่ฝึกวิชานี้ได้สมบูรณ์ไม่ได้เลยในรอบหลายสิบปีนี้

      ทว่าแผ่นดินก็ไม่สิ้นคนดี ในที่สุดก็ได้มียอดฝีมือห้าคนได้นัดชุมนุมเพื่อประลองวิทยายุทธกันบนเขาฮั้วซัว(ฮว่าซานหรือที่คนไทยคุ้นๆกันในชื่อหัวซาน) อันประกอบด้วย มารบูรพาอึ้งเอี๊ยะซือ พิษประจิมอาวเอี๊ยงฮง ยากจกอุดรอั้งชิดกง ราชันย์ทักษิณต้วนตี้เฮงและเทพฤทธิ์ตรงกลาง(กลางอิทธิฤทธิ์)เฮ้งเต็งเอี๊ยง ซึ่งทั้งห้าก็ประลองกันยาวนานกว่าเจ็ดวันเจ็ดคืน ในที่สุดต่างยอมรับเฮ้งเต็งเอี๊ยงเป็นผู้มีชัยและได้เป็นผู้ครอบครองคัมภีร์นี้ไว้ในครอบครอง

      แล้วเหตุใดกันละที่ทำให้ยอดวิชาชุดนี้เป็นที่ต้องการของผู้คนในยุทธภพ ?

      ก่อนอื่นวิชานี้ได้มีที่มาที่ไปแตกต่างกันตามการแต่งและการปรับปรุงแก้ไขของกิมย้ง

      ในฉบับการเขียนครั้งแรก วิชานี้เป็นวิชาที่ปรมาจารย์ตั๊กม้อแห่งเส้าหลินได้บัญญัติขึ้น จากการที่ได้เดินทางมายังภาคกลางและได้ต่อสู้กับยอดฝีมือมากมาย ได้ชัยชนะมากว่าเก้าปี จึงได้รวบรวมความพิสดารชุดของวิชาเหล่านี้ไว้ แต่ภายหลังไม่รู้ด้วยเหตุใด วิชานี้จึงอุบัติขึ้นในยุทธภพจนเป็นที่หมายปองของชาวยุทธทุกคน

      ทว่าในการปรับปรุงแก้ไขครั้งที่สองได้มีการปรับเปลี่ยนไป โดยวิชาคนที่บัญญัติขึ้นมีนามว่าอึ้งเซี้ยงผู้เป็นขุนนางในร้าชวงศ์ซ้อง สมัยของซ้องฮุ่ยจงนั้นนอกจากจะเป็นผู้ปกครองที่ไม่มีความสามารถ(แต่มีความสามารถสูงทางด้านศิลปศาสตร์ของจีน โดยเฉพาะลายมือ ซึ่งลักษณะตัวอักษรของท่านก็ยังสืบทอดมาจนถึงทุกวันนี้) ทั้งยังมัวเมาในลัทธิเต๋าชนิดที่เรียกว่างมงายมากเลยทีเดียวจนถึงกับตั้งฉายาตนว่า เต๋าคุรุราชามหาสมมติเทพ (คุ้นๆไหมครับบ้านเราช่วงนี้น่าจะมีประมาณนี้แถวปทุมธานีนะ) ส่วนในตัวของอึ้งเซี๊ยงนับได้ว่าเป็นเพื่อนร่วมรุ่นกับวีรบุรุษเขาเหลียงซานอีกด้วย

      อึ้งเซี้ยงได้รับบัญชาจากซ้องฮุ่ยจงฮ่องเต้ผู้ให้เป็นรวบรวมและชำระคัมภีร์เต๋าเพื่อเผยแพร่และดำเนินการจัดทำแกะสลักไม้ไผ่โดยมีชื่อว่าขุมวิชาเต๋าหมื่นวัฒนา ด้วยที่ซ้องฮุ่ยจงฮ่องเต้ที่ความคลั่งไคล้ งมงายในลัทธิเต๋าเป็นอย่างมาก ทำให้ตัวอึ้งเซี้ยงกลัวเกิดเหตุการณ์ผิดพลาดตนเองจึงได้ตรวจทานคัมภีร์กว่าห้าพันม้วนนี้ด้วยตนเอง ด้วยอัจฉริยะภาพทำให้เมื่อศึกษาคัมภีร์เต๋าโดยละเอียด จึงเป็นเหตุให้สำเร็จยอดวิชาโดยไม่รู้ตัว

      ต่อมาได้มีการเกิดกบฎขึ้น กบฎในครั้งนี้นำโดยนิกายเม้งก่า(นิกายที่เตียบ่อกี้เป็นประมุขนั่นแหละครับ ซึ่งตามประวัติศาสตร์จีนมีเข้ามาตั้งแต่ราชวงศ์ถัง เอาไว้ครั้งต่อๆไปจะมาเล่าให้ฟังอีกครั้งถึงนิกายนี้นะครับ) ซึ่งซ้องฮุ่ยจงนั้นจึงได้สั่งการให้ทหารไปปราบเพราะนอกจากเป็นกบฎแล้วก็ยังมีเรื่องราวของแนวคิดความเชื่อทางศาสนาเข้ามาอีก พอทหารพ่ายแพ้

      จึงได้สั่งการอึ้งเซี้ยงให้ไปปราบปราม แต่ทว่าทหารของเมืองซ้องอ่อนแอเกินไป ซ้ำฝ่ายเม้งก่าไม่กลัวตาย ผลคือฝ่ายของอึ้งเซี้ยงพ่ายแพ้ในการทำสงคราม แต่ตัวเขาเองยังไม่ยอมแพ้จึงได้บุกไปเม้งก่าด้วยตัวเองและทำการสังหารยอดฝีมือของเม้งก่าไปมากมายแต่ก็มีผู้หลบหนีได้ อึ้งเซี้ยงกลับลืมคิดว่าตนเองเพียงลำพัง คนของเม้งก่าไม่อาจเอาชัยได้ แต่ครอบครัวของเขาไม่อาจต่อสู้กับเม้งก่าได้ ในที่สุดเม้งก่าก็ได้สังหารครอบครัวของอึ้งเซี้ยงไปจนหมดสิ้น ตัวอึ้งเซี้ยงเองก็ได้รับบาดเจ็บและได้หลบหนีไป

      แต่ด้วยความคับแค้นในใจทำให้อึ้งเซี้ยงนั้นได้เก็บตัวและนำเอาความรู้ทางเต๋าที่ตนเองได้รับมาเข้ารวมผสมผสานกันจนเขานั้นมั่นใจว่ายอดวิชาชุดนี้สามารถจะกำจัดศัตรูของเขาได้ แม้ศัตรูจะมีคนมากกว่าก็ตาม ในที่สุดเขาก็ได้ลงเขาไปเพื่อจะทำการแก้แค้น

      ทว่าเมื่อลงเขาไปแล้ว แม้ตามล่าศัตรูก็ไม่พานพบ จนในที่สุดความพยายามของอึ้งเซี้ยงก็สัมฤทธิ์ผล เขาได้พบกับศัตรูแต่เขากลับมิอาจลงมือสังหารได้ เพราะในตอนที่ทำร้ายครอบครัวของเขาสตรีผู้นี้มีอายุเพียงประมาณสิบหกปี ทว่าในตอนนี้สตรีผู้นี้มีอายุไม่ต่ำกว่าหกสิบปี !

      โอ้…..อนิจจังเวลาล่วงเลยมาขนาดนี้แล้วหรือ ?

      ตลอดเวลากว่าสี่ห้าสิบปีที่ผ่านมานี้เขามัวแต่ครุ่นคิดเพื่อการแก้แค้น เมื่อกลับมามองที่ตนเองอีกครั้ง นี่เราแก่ขึ้นขนาดนี้แล้วหรือ? อีกเพียงไม่กี่ปีก็ตายตกตามกัน แล้วจะยังแก้แค้นกันไปอีกทำไม ? ทำให้ตัวเขานั้นปล่อยวางความแค้นลง ไม่คิดจะแก้แค้นผู้ใดอีก

      แต่ทว่าตัวเขาเองก็เสียดายยอดวิชาที่สามารถคิดค้นขึ้นมาจึงได้บัญญัติยอดวิชาอย่าง ”เก้าอิมจินเก็ง” ขึ้นมาสู่ยุทธภพแห่งนี้ จึงทำให้วิชานี้กำเนิดขึ้นมาสู่บรรณภิภพแห่งนี้

      แต่กิมย้งก็ยังได้ทำการปรับปรุงนิยายเรื่องนี้อีกครั้งและในการปรับปรุงครั้งที่สามนี้ อึ้งเซี้ยงก็ยังเป็นคนบัญญัติวิชานี้เช่นเดิม แต่แก้ไขเพิ่มเติมในส่วนของวิชาเล่มสองที่มีกระบวนท่าอันร้ายกาจว่า มาจากการที่เขาได้รวบรวมกระบวนท่าจากศัตรูทั้งหลายของเขาแล้วคิดวิธีทำลายออกมาบัญญัติไว้ในวิชาเก้าอิมจินเก็งชุดนี้นั่นเอง

      วิชาชุดนี้แบ่งออกเป็นสองเล่ม โดยเล่มแรกนั้นเป็นในส่วนของพื้นฐานวิชาและเคล็ดวิชาพลังภายใน ส่วนเล่มที่สองนั้นจดบันทึกการฝึกวิทยายุทธและกระบวนท่าเอาไว้ ความร้ายกาจที่สุดในการป้องกันวิชาตกอยู่ในมือของคนชั่วนั่นคือส่วนท้ายของคัมภีร์เล่มแรกนั้นมีการบันทึกเป็นภาษาสันสกฤตไว้ด้วย ทำให้ยากที่จะฝึกได้ครบถ้วน

      ด้วยวิชานี้แบ่งออกเป็นสองเล่ม ถ้าได้อ่านได้ฝึกเล่มแรกก่อนก็จะไม่มีปัญหา แต่หากได้แต่เล่มหลัง ซึ่งเป็นในส่วนของวิทยายุทธและกระบวนท่า จะทำให้ฝึกบนวิถีทางที่ผิดจนทำให้เข้าสู่สายมารได้ดั่งเช่นลมทมิฬคู่พิฆาต

      ตัวของเฮ้งเต็งเอี๊ยงนั้นได้เดินทางเข้าไปยังสุสานโบราณที่เคยยกไว้ให้กับผู้ที่มีความสัมพันธ์อันลึกซึ้งกับตนอย่างลิ้มเฉียวเอ็ง เมื่อได้เห็นเพลงกระบี่ของสุสานโบราณที่สามารถสยบวิชาของช้วนจินก่าไว้ได้ทั้งหมด ด้วยทิฐิมานะของตน ทำให้ได้ใช้วิชาส่วนนึงของเก้าอิมจินเก็งสลักไว้เพื่อสยบวิชาของลิ้มเฉียวเอ็ง(ภายหลังเอี้ยก้วยกับเซียวเหล่งนึ่งไปเห็นเข้าพอดี) แต่ก็หาได้ภูมิใจไม่เพราะได้ใช้วิชาของคนรุ่นก่อนมาสยบวิชาของลิ้มเฉียวเอ็ง

 

เฮ้งเต็งเอี๊ยง
เฮ้งเต็งเอี๊ยง

 

      ดังที่ได้กล่าวมาแล้วว่าเฮ้งเต๊งเอี๊ยงนั้นได้ชนะการประลองฝีมือบนเขาฮั้วซัว(หัวซาน) จนได้ครอบครองวิชาคัมภีร์เก้าอิมจินเก็ง แต่ทว่าเมื่อได้มันมากลับไม่ยอมฝึกมัน ที่จริงแล้วตัวเขาเองนั้นหาได้อยากครอบครองคัมภีร์วิชานี้ เพียงแต่ต้องการที่จะหยุดมรสุมแห่งการนองเลือดของยุทธภพเท่านั้นเอง ซ้ำยังสั่งว่าห้ามคนของช้วนจินก่าทุกคนฝึกวิชาชุดนี้อีกด้วย ทว่าเฮ้งเต็งเอี๊ยงเองอีกไม่นานก็ได้เสียชีวิตลงท่ามกลางความโศกเศร้าของเหล่าศิษย์ช้วนจินก่าทุกคน

 

พิษประจิมอาวเอี๊ยงฮง
พิษประจิมอาวเอี๊ยงฮง

 

      ในตอนนั้นเองพิษประจิมอาวเอี๊ยงฮง เมื่อรู้ข่าวการตายของเฮ้งเต็งเอี๊ยงจึงได้รีบรุดมายังงานศพเพื่อหมายที่จะชิงคัมภีร์เก้าอิมจินเก็ง ทว่าเรื่องที่น่าเหลือเชื่อก็เกิดขึ้นมาได้คือเฮ้งเต็งเอี๊ยงได้ลุกออกมาจากโลงศพและทำการใช้ดรรชนีเอกสุริยันใส่อาวเอี๊ยงฮงทำให้พลังการฝึกปรือของอาวเอี๊ยงฮงนั้นแทบสูญหายไปทั้งหมด ที่แท้การตายในครั้งนี้เป็นเพียงแผนลวงอาวเอี๊ยงฮงออกมาเพื่อจัดการเขาแล้วทำให้ยุทธภพเกิดความสงบสุขอีกครั้ง เฮ้งเต็งเอี๊ยงแท้จริงแล้วคือยอดวีรบุรุษผู้เสียสละอย่างแท้จริง

      แต่หลังจากการใช้ดรรชนีเอกสุริยันก็ทำให้ครานี้เฮ้งเต็งเอี๊ยงต้องลาโลกไปจริงๆ ซึ่งก่อนตายจากไปก็ได้สั่งเสียให้ศิษย์น้องอย่างจิวแป๊ะทงนั้นแยกเก็บคัมภีร์ทั้งสองเล่มออกเป็นสองที่เพื่อป้องกันคนชั่ว ว่าหากได้คัมภีร์นี้ไปก็ได้เพียงเล่มเดียว ยังความวุ่นวายแก่ยุทธภพได้ไม่รุนแรงนัก

      เมื่อจิวแป๊ะทงรับคำสั่งแล้วจึงทำการซ่อนคัมภีร์เล่มแรกได้สำเร็จแล้ว ส่วนอีกเล่มนั้นกำลังจะนำไปซ่อน ก็บังเอิญได้เจอเข้ากับมารบูรพาอึ้งเอี๊ยะซือและภรรยา ตัวของอึ้งเอี๊ยะซือเองก็มีใจที่ต้องการครอบครองคัมภีร์ชุดนี้ จึงได้ใช้เล่ห์หลอกล่อจนจิวแป๊ะทงเสียรู้และได้ทำลายคัมภีร์ไป ส่วนที่หลงเหลืออยู่คือในสมองของภรรยาอึ้งเอี๊ยะซือ แล้วจึงได้เขียนวิชานี้ขึ้นมาเพื่อให้สามีของตนได้สมปราถนา

 

จิวแป๊ะทง
จิวแป๊ะทง

 

      แต่ใครจะคาดคิดว่าวิชาชุดนี้กับถูกขโมยโดยลูกศิษย์ทั้งสองของอึ้งเอี๊ยะซือเองนั่นคือตั้งเฮี๊ยงฮวงและบ๊วยเถี่ยวฮวง ทำให้ภรรยาของอึ้งเอี๊ยะซือต้องตรากตรำในการคัดลอกวิชาขึ้นมาใหม่ จนต้องเสียชีวิตไป นำความเสียใจมายังอึ้งเอี๊ยะซือเป็นอย่างยิ่ง ส่วนลูกศิษย์ของเขาทั้งสองเมื่อได้คัมภีร์นี้ไป ได้เฉพาะในส่วนของเล่มหลังทำให้ไม่เข้าใจพื้นฐานวิชาก่อนหน้านี้ วิชานี้จึงถูกฝึกให้กลายเป็นวิชามารอย่างกรงเล็กกระดูกขาว จนเป็นที่ครั่นครามของชาวยุทธ ภายหลังตั้งเฮี๊ยงฮวงได้ถูกก๊วยเจ๋งในวัยเด็กสังหารไป

      และในระหว่างนั้นจิวแป๊ะทงเมื่อทราบข่าวว่าลูกศิษย์ของอึ้งเอี๊ยะซือนั้นขโมยวิทยายุทธชุดนี้ไปก็ได้ทำการไปทวงคืน จนเสียทีแก่อึ้งเอี๊ยะซือและถูกขังอยู่บนเกาะดอกท้อยาวนานนับสิบปี

บทความโดย

อภิวัฒน์ สุนันท์ยืนยง
อภิวัฒน์ สุนันท์ยืนยง
“สุดยอดแฟนพันธุ์แท้กิมย้ง”

อ่านต่อตอน 2

สนใจหนังสือ ก๊วยเจ๋ง ยอดวีรบุรุษ คลิก!!

ขอบคุณภาพ  เฮ้งเต็งเอี๊ยง , พิษประจิมอาวเอี๊ยงฮง , จิวแป๊ะทง จาก  http://www.soccersuck.com/boards/topic/1332588/1

ขอบคุณภาพ หนังสือก๋วยเจ๋งยอดวีรบุรุษ จาก สำนักพิมพ์สยามอินเตอร์บุ๊ค